Profil de UnJunGMy Story ~ My Life ~ My ...PhotosBlogListesPlus Outils Aide

Blog


04/11/2007

ไม่อยากมีแล้ว หัวใจ...

หลับไม่ลง ข่มไม่นอน เอาแต่ย้อนนึกภาพเดิม
ความเจ็บช้ำยิ่งซ้ำมาเติม ให้คิดถึงเธอ
เป็นกังวลอยู่ในใจ ทำอะไรไม่ได้เลย
เธอไม่เคยลบหายไปเลย ไม่เคยจากไป

ปวดร้าวทุกๆ วัน กับคำถามที่เธอเอ่ย
เลิกกันแล้ว จบกันแล้ว ยังถามว่าเป็นไง

เจ็บจนอยู่เฉยๆ ไปซักพัก ไม่ต้องการใคร
ไม่ต้องมีอะไร ตัวเปล่าๆ ไม่เอาเรื่องใด
แค่อยากลืมไปเลย เหมือนไม่อยาก ไม่ต้องการมีหัวใจ
เลือกได้ไหม ไม่มีจิตใจไว้รักใคร จะได้ไม่ต้องเจ็บช้ำ

สูดอากาศ ผ่านมันไป เจ็บที่ใจทุกๆ ที
ความผิดเราที่เพราะยังมีหัวใจ ดวงเดิม
อยากจะลืม จบกันไป ทำให้ใจลบภาพเธอ
ไม่อยากเจ็บซ้ำๆ ที่เจอ ว่าเธอยังอยู่

ปวดร้าวทุกๆ วัน กับคำถามที่เธอเอ่ย
เลิกกันแล้ว จบกันแล้ว ยังถามว่าเป็นไง

เจ็บจนอยู่เฉยๆ ไปซักพัก ไม่ต้องการใคร
ไม่ต้องมีอะไร ตัวเปล่าๆ ไม่เอาเรื่องใด
แค่อยากลืมไปเลย เหมือนไม่อยาก ไม่ต้องการมีหัวใจ
เลือกได้ไหม ไม่มีจิตใจไว้รักใคร จะได้ไม่ต้องเจ็บช้ำ.....

ถ้าเลือกได้ ตอนนี้ก็ไม่อยากมีแล้วล่ะ หัวใจ... แต่เพราะว่าเลือกไม่ได้ หัวใจก็ยังอยู่ ก็คงต้องรอคอยมันต่อไป... คงมีซักวัน ที่.......................

12/10/2007

การเดินทางของความรัก

     ชีวิตคนเรา ก็เปรียบเหมือนกับการเดินทางไปบนทางเส้นหนึ่ง ที่จะต้องเดินทางไปพบปะผู้คนมากมาย บางเวลาเราอาจจะต้องเดินคนเดียว บางเวลาเราอาจจะมีอีกคนหนึ่งที่ทางเดินของเค้ามาบรรจบกับเส้นทางของเรา กลายมาเป็นทางของเราสองคน ได้มาเดินเคียงข้างกัน บางเวลาเราอาจจะต้องการพักผ่อน บางช่วงเวลาก็อาจจะต้องพบกับปัญหาร่วมกันฟันฝ่า เพื่อให้เราทั้งสองเดินหน้าต่อไปได้ บนเส้นทางนี้เราเรียกมันว่า "เส้นทางแห่งความรัก"

     เรื่องราวของเราบนเส้นทางนี้ ช่วงแรกอาจจะราบเรียบไม่มีอุปสรรคใดๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราอาจจะต้องพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ เป็นบททดสอบความรักของเรา เราจะจับมือ เดินไปด้วยกัน เราจะไม่เดินนำหน้ากัน เราสองคนจะเดินไปข้างๆ กัน คอยดูแลกัน ในยามที่ใครคนหนึ่งหกล้ม เราอีกคนจะยื่นมือ ฉุนเค้าขึ้นมา ให้รู้ว่าล้มแล้วจะมีคนคอยพยุงเสมอ

   ไม่ว่าทางข้างหน้าจะลำบากแค่ไหน เราจะเดินไปเคียงข้างกัน
   ไม่ว่าทางข้างหน้าจะมืดมิดแค่ไหน เราจะเดินไปเคียงข้างกัน
   ไม่ว่าทางข้างหน้าจะไกลอีกแค่ไหน เราจะเดินไปเคียงข้างกัน

     บนเส้นทางนี้ถ้ามีเธอก็ต้องมีฉัน เพราะเราจะเดินไปด้วยกัน ในวันนี้เธออาจจะรู้สึกเหนื่อย กับสิ่งที่เธอเป็นอยู่ เรารู้ว่าด้วยทิฐิของเธอแล้ว เธอยังอยากเดินด้วยสองเท้าของเธอเอง ไม่เป็นไรเราจะปล่อยให้เธอเดินเองต่อไป แต่รู้ไว้นะว่าเมื่อไหร่ที่เธอล้มลง ให้เธอสบายใจได้ว่าจะมีเราคอยประคองไม่ให้เธอต้องลงไปกระแทกดิน เราจะคอยดูเธออยู่ข้างเสมอ จะอยู่อย่างนี้จนกว่าเธอจะต้องการมือของเรา ความต้องการของคนเราทุกคน ล้วนแล้วแต่ต้องการมีความสุขด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่เราก็เหมือนกัน เพียงแต่ว่าในเวลานี้ ความสุขที่เราต้องการนั้น เป็นความสุขที่เราจะได้ดูแลเธอ อยู่ข้างเธอ ไม่ว่ารอบข้าง หรือเส้นทางข้างหน้ามันอาจจะต้องลำบากแค่ไหน แต่ขอแค่ข้างๆ เรามีเธอเดินไปด้วยกัน เป็นแรงใจให้กันแบบนี้ มันก็โอเคแล้ว สำหรับเรา

     ถ้าเหนื่อยก็พัก ถ้าไม่อยากเดินก็บอกเราพร้อมให้เธอขี่หลังเสมอ ของเพียงแค่เธอ ต้องเป็นหัวใจให้เรา เท่านั้นพอ..

03/10/2007

"เชื่อมั่น" และ "ศรัทธา" ความรักของคุณแค่ไหน?

     เพื่อนๆ ที่รัก ขอบคุณมากๆ สำหรับความเป็นห่วง เป็นใยที่เพื่อนๆ คอยเตือนเรา รู้ว่าเพื่อนๆ เป็นห่วงที่เราไปรักคนที่ไม่เคยเจอหน้าอีกแล้ว ขอบคุณทุกๆ แรงเชียร์ที่ให้เราหาทางไปเจอกับเค้าให้ได้ ขอบคุณจริงๆ ที่เป็นห่วงกัน เพื่อนไม่เคยทิ้งเพื่อนเสมอ ~.~ แต่เอาน่ะ หลังจากรักษาแผลใจคราวนั้นมา นี่มันก็ 4 ปีกว่าแล้ว ครั้งนี้เพื่อนขอลองดูอีกซักทีละกัน แต่ไม่ต้องห่วงนะจะรั้งตัวเองไว้ตลอดไม่ให้เป็นแบบครั้งก่อนแน่นอน (มั้ง)
 
     สำหรับคราวนี้ มันมีอะไรที่ไม่เหมือนกับคราวก่อนอยู่เยอะนะ ความรักครั้งก่อนเราเอาแต่เล่นเกมไม่เคยคิดถึงอนาคตเลยว่าจะเป็นยังไง แต่สำหรับคราวนี้ เค้าทำให้เรารู้ว่า เราต้องพยายามแค่ไหน ถ้าต้องการที่จะดูแลใครอีกซักคน เราจะมามัวเดินเล่น ค่อยๆ เดินไปแบบเต่า (อย่างที่เป็นอยู่นี้) ไม่ได้แล้ว เราต้องรู้จักคิดถึงอนาคตของเรา ทุกๆ อย่างที่เค้าบอกเรา เค้าให้เราทำเพื่อตัวเราเอง ...แต่สำหรับเราแล้ว เพื่อตัวเองของเรา ก็คือเพื่อเค้านั่นแหละ จุดมุ่งหมายของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป ...จุดมุ่งหมายของชีวิตเรา เราต้องการที่จะมีใครซักคนอยู่ข้างๆ เรา ให้เราได้ห่วงใยเค้า ได้คอยดูแลเวลาไม่สบาย ได้คอยถามกินอะไรรึยัง วันนี้เหนื่อยมั้ยเวลากลับจากทำงาน ได้พูดว่า คิดถึง เวลาไม่เจอกัน เราอยากให้เค้าคนนี้ มีความสุข นี้แหละ จุดมุ่งหมายในชีวิตของเรา
 
     คำว่ารักเป็นอักษรเพียง 3 ตัว ที่เรียงร้อยขึ้นมา ด้วยความหมายที่มากมายในคำนั้น ความรักไม่สามารถเห็นได้ด้วยด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ หลับตาลงรับรู้มันด้วยหัวใจ แล้วคุณจะพบว่า สิ่งที่สวยงามที่สุดมิอาจสัมผัสได้โดยการสัมผัสทางกาย ......ทว่าต้องรับรู้ผ่านหัวใจ นั่นคือ "ความรัก" เคยมีคนบอกว่า ความรักที่แท้จริงก็เหมือนกับเกมจิ๊กซอร์ ชิ้นส่วนทั้งหมดจะสามารถค้นพบตัวเองได้ ก็ต่อเมื่อแต่ละชิ้นสามารถหาชิ้นที่ "ใช่" สำหรับตัวมันเองได้ การได้รักเป็นเพียงความว่างเปล่า การถูกรักเป็นเพียงแค่บางสิ่งบางอย่าง ส่วนการได้รัก และการถูกรัก นั้นเป็นทุกอย่าง อันความรักไม่ใช่เรื่องยากที่จะได้มา แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะรักษาความรักนั้นให้อยู่เป็นนิรันดร์
 
     การได้คิดถึงคุณ ทำให้วันของฉันสว่างไสว เมื่อไหร่ที่คุณรักใครสักคน จงบอกเขา...... บอกไปเลยดังๆ ว่า คุณรักเขามากมายแค่ไหน...... อย่าปล่อยจนถึงวันที่เขาไม่อยู่ให้คุณบอกรัก คําว่ารักใครๆ ก็พูดได้ แต่สิ่งสําคัญกว่านั้นคือ ความรักที่เป็นรักจริงๆ รักจากหัวใจ ถ้าคุณรักใครสักคน….. จงเอาเขาไว้รอบตัวคุณแทนที่จะใส่เขาไว้ในใจ เพราะหัวใจสามารถแตกสลายได้ แต่ถ้าเขาอยู่รอบตัวคุณ เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป………….
 
     ถ้าถามว่ากลัวมั้ยที่จะเป็นแบบครั้งก่อน ตอบตามตรงว่า กลัว.. กลัวมากด้วย เพราะครั้งนี้แก้วที่มันร้าว ถ้าถูกกระแทกอีกที มันคงจะแตกจริงๆ มันจะไม่ร้าวไปมากกว่าครั้งก่อนแน่นอน.... ไม่ใช่ว่า ผ่านมา 4 ปี เราถึงจะกล้ารักคนใน Internet ได้อีกครั้ง.... แต่เป็นเพราะว่า ความรักครั้งนี้ จากคนๆ นี้ เรารู้สึกได้ว่า มันจะแตกต่างจากครั้งก่อน ถ้าไม่ใช่คนนี้ ที่ผ่านมา 4 ปี ก็อาจจะยังไม่พอ ที่จะทำให้เรากล้ารักใครใหม่ก็ได้ ในเมื่อครั้งนี้ กล้าที่จะรักแล้ว ถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้น ก็ให้มันเกิดขึ้นตามนั้นก็แล้วกัน ส่วนเรา ก็จะลอง "เชื่อมั่น" และ "ศรัทธา" กับความรักครั้งนี้ดูอีกที...
 
     แล้วคุณละ "เชื่อมั่น" และ "ศรัทธา" ความรักของคุณแค่ไหน?
27/09/2007

ความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่ารัก

     ห่างหายไปช่วงหนึ่ง ไม่ได้เขียน blog เลย เพราะทั้งงานที่ดาหน้าเข้ามาอย่างเพียบ และยังต้องแบ่งเวลาไปเทคแคร์ความรัก ที่กำลังเป็นสีชมพูอีกด้วย ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแล้วนะ (อย่างที่น้องๆ ในออฟฟิศชอบแซว นั่งมองหน้าจอไป ยิ้มไป) บางทีก็ไม่ได้คุยกะใครหรอก แต่ความรู้สึกมีความสุข คิดถึงเรื่องที่คุยกันเมื่อคืน แล้วก็นั่งยิ่มน้อย ยิ้มใหญ่คนเดียว ความรู้สึกแบบนี้คนไม่เคย ไม่รู้หรอก เพราะฉะนั้น ลองหาคนที่คุณรู้สึกว่า คุณรักเค้า ทำอะไรเพื่อเค้าแล้ว คุณมีความสุขดูซิ แล้วคุยจะยิ้มกับหน้าจอคอมฯ เหมือนผม นี่แหละ "ความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่า รัก"
 
     เริ่มต้นจากความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน จากคุยกันนานๆ ครั้ง เริ่มมาเป็น คุยกันบ่อยๆ วัน สองวันคุยกันทีนึง แล้วก็กลายมาเป็น คุยกันทุกวัน วันไหน ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่ออนไลน์ ก็รู้สึกสงสัย เค้า/เธอ หายไปไหน จากแต่ก่อนไม่เคยเห็นเธอ ออนไลน์ทุกวัน แต่เดี๋ยวนี้ วันไหนไม่ออนไลน์นี่แปลก เราบอกว่า เรารักเธอ ทั้งๆ ไม่เคยเห็นหน้าเธอ ...ทั้งๆ ที่เราเคยต่อต้านเรื่องความรักใน Internet แต่สุดท้ายก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง รักเธอคนนี้จนได้ ....แต่ก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจ กับสิ่งที่เราตัดสินใจลงไปเลย แม้มันจะยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่มีคำตอบ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องการคำอธิบาย และอีกหลายๆ เหตุผลที่ต้องการฟัง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ ช่างมันเถอะ ทิ้งมันไว้ตรงนั้นแหละ ขอแค่คำพูดคำเดียว ที่เธอบอกเราว่า "รัก" เธอไม่ได้โกหกเรา เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะมอบให้เธอนับจากนี้ และตลอดไป
 
     เรื่องของความรัก มันไม่มีบทที่ตายตัว มันไม่มีบทสรุปที่แน่นอน และไม่มีการอ่านย้อนจากตอนจบไปตอนเริ่ม "ความรัก" เราต้องลิขิตทางเดินของมัน ด้วยตัวเราเอง ไม่ใช่ให้ใครมากำหนด วันนี้เราเลือกแล้วที่จะให้เธอคนนี้มาเป็นคนที่เราจะดูแล และอยากให้ดูแลเรา
 
     สมการตัวเลขง่ายๆ 1 + 1 = 2 เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ส่วน 1 + 1  = 11 เราก็ว่าไม่ผิด ต่างคนก็ต่างมุมมอง ต่างความคิด ต่างเหตุผล แต่สำหรับความรัก 1ใจ + 1ใจ ต้อง = 1เดียวกัน เท่านั้น นี่คือความคิดของเรา เพราะฉะนั้น จะเห็นว่า เดี๋ยวนี้เธอทำอะไร เราจะไม่ขัดเธอ จะทำอะไรเราก็จะตามใจเธอเสมอ ไม่ใช่เพราะว่า เราต้องการเอาใจเธอ เพื่อให้เธอชอบเรา แต่เหตุผลมันเพราะว่า เราต้องการเป็น 1เดียวกัน กับเธอ ถ้าสิ่งที่เธอต้องการทำ มันผิดเราก็จะบอกและเตือนเธอ แต่ถ้าเธอยังยืนกรานที่จะทำ เรารับรองว่าเราจะไม่ขัดเธอ เราพร้อมที่จะผิดไปกับเธอ และเราค่อยมาเริ่มแก้ไขกันใหม่ อย่างน้อยๆ เธอก็จะไม่ผิดพลาดคนเดียว และอย่างน้อยเธอยังมีฉันอยู่ข้างๆ เธอ
 
     เฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกวัน ชีวิตคนเรามันยาวแค่ไหน นั่นคือ สิ่งที่ไม่มีใครตอบได้ วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ อาจเป็นวันสุดท้ายของเรา เพราะฉะนั้น วินาทีนี้ จงทำให้มันเป็นทุกวินาที ที่มีค่า เก็บรักษาวินาทีดีๆ นี้เอาไว้ให้ดี เธออ่อนแอ ไม่สบาย ร่างกายไม่แข็งแรง แต่ก็ใช่ว่าเธอจะต้องไปก่อนเรา ไม่แน่เราอาจจะเป็นฝ่ายไปรอรับเธออยู่บนสวรรค์ก็ได้ แต่ก็ไม่เป็นไร ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ความรักที่เรามีให้เธอ มันจะไม่หายไปไหน เชื่อเถอะว่ามันจะวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเธอเสมอ ทุกครั้งที่คิดถึงกัน หลับตา แล้วคิดถึงวันคืน ที่ผ่านมา ชีวิตไม่ใช่มีแค่วันข้างหน้าเท่านั้น วันเก่าๆ ที่ผ่านไปแล้วมันก็ยังมี อดีตดีๆ มีให้เราได้จดจำ วันไหนที่เธอเศร้า เหงา อย่าลืมนึกถึงวันดีๆ ที่ผ่านมา หรือวันไหน ที่เราทะเลาะกัน ก็ลองใจเย็นๆ นึกถึงวันเก่าๆ ที่เราเคยยิ้ม หัวเราะ ให้กัน แล้วคิดดูว่า เราจะเสียเวลาดีๆ นั้นไปเพราะเรื่องที่เราทะเลาะกันงั้นหรือ
 
     หนึ่งคำถาม ก่อนจบลองคิดกันดูนะ ........ถ้าคนที่คุณรัก ทำสิ่งของที่เราหวงมากที่สุดเสียหายชนิดที่ว่า ไม่มีทางจะซ่อม หรือทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว คุณจะโกรธเค้ามั้ย?
 
     - ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น ลองใจเย็นๆ ก่อน แล้วคิดดูให้ดี เปรียบเทียบดูว่า "คนที่เรารัก" กับ "ของที่เราหวง" อะไรมีค่ามากกว่ากัน....  คำตอบนั้น มันจะตอบคุณได้เอง ว่าคนที่คุณบอกว่า คุณรักเค้า มีค่ามากแค่ไหน..
 
     love u na... Tar. (f)
 
 
14/09/2007

ให้ความรู้สึกนำหน้า ...หัวใจตามหลัง

 
     เคยหัวเราะเยาะเพื่อน และหลายๆ คู่ เรื่องความรักใน net เคยดูถูกเอาไว้มากมาย ว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่มีทางเป็นไปได้ คนเราไม่เคยเจอกันมาก่อน จะมารักกันได้ยังไง ถึงจะคบกันไปก็คงคบกันได้ไม่นานหรอก เพราะเราเชื่อในความรักที่เกิดจาก การมีรากฐานที่มั่นคง ด้วยการรู้จัก การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก่อนที่จะมาตกลงคบกัน แต่คราวนี้มาเจอเข้ากับตัวเองบ้าง ถึงได้รู้ว่า... เออ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง "ความรัก" มันไม่ได้จำกัดแค่ว่า เราต้องเคยเจอกันมาก่อน หรือเราต้องรู้จักอีกฝ่ายมากมายอะไร ......บางที ความรัก มันก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องใช้เหตุผลอะไรมาประกอบ ไม่ต้องมีคำตอบที่ว่า "เรารักเขาเพราะอะไร?" ความรักนั้นขอแค่ใจสองใจ จากคนสองคน เอามาประกบกันแล้วกลายเป็นหัวใจดวงเดียวที่แนบสนิท เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วกับเหตุผลที่จะรักใครซักคน
 
     เคยคิดหาเหตุผลอยู่หลายวันว่าทำไมถึง "รัก" เคยอยู่หลายครั้งที่เกือบหลุดปากบอกไปว่า "รักนะ" แต่ที่ผ่านมาก็ห้ามใจไว้ได้ตลอด เพราะกลัวว่า ถ้าพูดไปแล้ว เค้าจะคิดรึเปล่า เราไม่เคยเจอกันเลย แล้วจะรักกันได้ยังไง เราจะรักเค้าจริงรึเปล่า ....แต่ก็ต้องขอบคุณผู้ช่วยคนหนึ่ง ที่มาทำให้เราตาสว่าง เพราะเพียงแค่เราตอบโจทย์ในใจของเราให้ได้ข้อเดียวเท่านั้น "รักเค้ารึเปล่า?" ......ซื่อสัตย์กับใจตัวเอง แล้วตอบคำถามนี้ มันก็เท่านั้นแหละ คำตอบของหัวใจ  
 
     ขอโทษ... ที่ปล่อยให้รอคำๆ นี้อยู่ตั้งนาน (รึเปล่า?) ....ก็ไม่รู้นะ ว่าเธอรอคำนี้อยู่มั้ย (555) หรือว่าเราจะคิดไปเอง แต่ก็เอาเถอะ ยังไงก็พูดไปแล้ว และมั่นใจว่าคำๆ นี้ ที่เราพูดออกไป เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ คำๆ นี้มันผ่านการคิดมาหลายรอบแล้ว "รัก" คนอื่นอาจจะพูดมันได้ง่ายๆ แต่ไม่ใช่กับเรา อย่างที่บอกไปแล้ว เราไม่ใช่คนที่เชื่อในเรื่องความรักทาง NET แต่ตอนนี้คงต้องขอถอนความคิดนี้ออกไปแล้ว "รัก" ครั้งนี้คงต้องปล่อยให้ความรู้สึกนำหน้าไปก่อน ส่วนหัวใจก็เดินไปตามทางที่ความรู้สึกนำไปละกัน.. เหตุผลอะไรมันก็ไม่สำคัญ ขอแค่เรา "เชื่อมั่น" และ "ครัทธา" ในความ "รัก" ของเราก็พอ...
 
     “รัก” บางคนคิดว่าเป็นความรู้สึกที่ไม่จำเป็นต้องพูด ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้นที่ "เคย" คิดแบบนี้ แต่ผมอยากให้พวกคุณรู้ว่ามีบางคนใช้ชีวิตทั้งชีวิต เพื่อเสาะหา และรอคอยคำๆ นี้จากปากของคนที่เค้ารักอยู่ เมื่อคุณมั่นใจแล้ว คุณก็ควรที่จะพูดออกไป ดีกว่าที่จะต้องมานั่งเสียดาย และเสียใจเพราะว่าวันนี้อาจจะเป็นวันที่...สาย...เกิน...ไป
 
 
คำตอบของหัวใจ
ไม่รู้ว่าทุกอย่างระหว่างเราสองคน เปลี่ยนไปเมื่อไหร่
แต่รู้ว่ากลายเป็นความสุขที่เข้ามา อยู่แทนความเหงาในหัวใจ

เมื่อก่อนฉันยังเคยค้นหาคำตอบ
ว่าจะมีบางคนเกิดมาเพื่อฉันไหม
แล้วก็ได้เข้าใจ วันนี้เมื่อฉันมีเธอ

เสียงหัวใจมันดังบอกฉัน ว่าเธอคือคนนั้น ที่เคยตามหา
รักที่ฉันมีที่ทนเก็บไว้มานาน เลยรู้ว่าวันนี้ เจ้าของคือใคร

ฉันพร้อมแลกทุกอย่าง เพื่อไม่ทำให้เราห่างกันแสนไกล
ชีวิตทุกวันที่เหลืออยู่คงไร้ค่า ถ้าหากมีใครคนหนึ่งแยกไป

เมื่อก่อนฉันยังเคยค้นหาคำตอบ
ว่าจะมีบางคนเกิดมาเพื่อฉันไหม
แล้วก็ได้เข้าใจ วันนี้เมื่อฉันมีเธอ

เสียงหัวใจมันดังบอกฉัน ว่าเธอคือคนนั้น ที่เคยตามหา
รักที่ฉันมีที่ทนเก็บไว้มานาน เลยรู้ว่าวันนี้ เจ้าของคือใคร

เสียงหัวใจมันดังบอกฉัน ว่าเธอคือคนนั้น ที่เคยตามหา
รักที่ฉันมีที่ทนเก็บไว้มานาน เลยรู้ว่าวันนี้ เจ้าของคือใคร....

รักที่ฉันมีที่ทนเก็บไว้มานาน เลยรู้ว่าวันนี้ เจ้าของคือเธอ
 
 
 
ถึงจะช้าไปบ้าง แต่ต้ามั่นใจได้นะ ว่ามันเป็นความรู้สึกจริงๆ ของเรา "รักต้านะ" 
 
21/08/2007

เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน

     กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ ก็มีเสียงเพลงแว่วมาเบาๆ เนื้อเพลงมันโดนมากๆ ก๊ะเลยต้องเอามาเขียนอะไรซะหน่อย ตามประสา คนกำลังอินเลิฟ ~..~ ก็แบบว่า... ลองหามาฟังกันดูแล้วกัน เพลงเพราะดี เข้ากับอารมณ์ตอนนี้มากมาย ก็อยากให้รู้ไว้นะคับ ว่าทุกวันนี้เรามีเป้าหมายในชีวิต ที่จะทำอะไรเพื่อใคร ก็เพราะว่าเธอ เป็นเป้าหมายในชีวิตของเรา... เพื่อเธอ
 
เพื่อเธอ..
รู้ตัวหรือเปล่า เธอทำอะไรให้ชีวิตของฉัน
มากมายเท่าไร ที่ได้จากการที่มีเธออยู่ข้างกัน
 
เป็นความอบอุ่นในหัวใจ เป็นความยิ่งใหญ่ของทุกวัน
เป็นจุดมุ่งหมาย และเรี่ยวแรงใจอันสำคัญ
 
เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว
ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป
 
รู้สึกหรือเปล่า เธอเติมอะไรให้วันคืนเหล่านั้น
เนิ่นนานเท่าไร ได้สุขจากการที่มีเธออยู่ใกล้กัน
 
เป็นความอบอุ่นในหัวใจ เป็นความยิ่งใหญ่ของทุกวัน
เป็นจุดมุ่งหมาย และเรี่ยวแรงใจอันสำคัญ
 
เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว
ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป
 
เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว
เพราะว่าเธอนั้นคือดวงใจของฉัน
ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ
ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว

ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน
ขอเพียงยังมีเธอเดินเคียงข้างฉัน
ขอเพียงยังมีเราอยู่ด้วยกัน ฉันก็สุขใจ
 
 
     อยากให้รู้ว่าในเวลานี้ เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกันแล้ว มันยากนะที่จะให้เราตัดส่วนหนึ่งของชีวิตออกไปได้ คำขอบคุณที่เธอให้มา เราก็ดีใจ แต่อยากให้ดูแลตัวเองดีๆ มากกว่า ทุกๆ อย่างที่เราทำให้เธอ มันก็ไม่ใช่เพื่อใครคนหนึ่งหรอกนะ ทุกๆ อย่างที่ทำไป ก็เพื่อเราสองคน ถ้าวันนั้นมาถึง มันคงเป็นวันที่ เราสองคนมีความสุขกันทั้งคู่ (หวังว่างั้นนะ) สุดท้าย... ก็แค่อยากบอกว่า "รักนะ"
 
 
12/08/2007

สุขสันต์วันแม่... รักแม่ที่สุดแว้ว

แม่ของฉัน
 
คนๆนี้ ที่มีความหมายยิ่งใหญ่ ที่รักอยู่เต็มหัวใจ ให้ฉันตลอดเวลา
คนคนนี้ อบรมสิ่งดีล้ำค่า สั่งสอนด้วยใจเมตตา ความรักไม่เคยน้อยไป
 
     แม่ของฉันมีแต่ใจที่ให้ แผ่นฟ้าแม้จะกว้างไกล รักแม่กว้างใหญ่กว่านั้น
ไม่จากไปไหน เมื่อยามที่ฉันไหวหวั่น แรงใจหล่อเลี้ยงทุกวัน ลึกซึ้งและขอบพระคุณ
 
จะตอบแทนความรักที่แสนยิ่งใหญ่ ที่มีอยู่เต็มล้นใจ จะทดแทนค่าสิ่งนั้น
จะกี่วัน กี่เดือน กี่ปี พ้นผ่าน ให้รู้ว่านานเท่านาน ไม่คิดลืมค่าน้ำนม
 
     แม่ของฉันมีแต่ใจที่ให้ แผ่นฟ้าแม้จะกว้างไกล รักแม่กว้างใหญ่กว่านั้น
ไม่จากไปไหน เมื่อยามที่ฉันไหวหวั่น แรงใจหล่อเลี้ยงทุกวัน ลึกซึ้งและขอบพระคุณ
 
จะกี่วัน กี่เดือน กี่ปี พ้นผ่าน ให้รู้ว่านานเท่านาน ไม่คิดลืมค่าน้ำนม
 
     ร้องเพลงนี้วันแม่ บนเวทีที่โบสถ์ เกือบแย่บ่อน้ำตาเกือบแตก --..-- ดีนะ น้องสาวร้องไปก่อน เราเลยรอดพ้นจากการเป็นเป้าสายตา เอิ๊กๆ พอดีว่าไปเจอ FW mail ฉบับหนึ่งเกี่ยวกับแม่เข้า อ่านแล้วบ่อน้ำตาแตก ก็เลยขอเอามาหาแนวร่วม ช่วยกันบ่อน้ำตาแตกหน่อย หึหึ ใครอ่านแล้ว บ่อน้ำตาไม่แตก ก็นับถือละ
 
 
แม่โกหกผม8 ครั้งในชีวิต

   1. เรื่องเริ่มขึ้นตอนเมื่อผมเป็นเด็กๆ ผมเกิดในครอบครัวยากจน ครอบครัวของเราจนมากจนต้องอดข้าวบ่อยๆ เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อถึงเวลากินข้าว แม่จะแบ่งข้าวมาให้ผมเพิ่มขึ้นอีก พร้อมทั้งพูดว่า "ลูกต้องกินข้าวเพิ่มขึ้นนะ ส่วนแม่ไม่ค่อยหิว นี้เป็นครั้งแรกที่แม่โกหกผม
   2. เมื่อผมเติบโตขึ้น คุณแม่เพียรพยายามหาเวลาว่างไปตกปลาในแม่น้ำ เพื่อว่าผมจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของผม แม่ต้มปลาที่ตกมาได้ทำเป็นซุปให้ผมกิน ในขณะที่ผมกินแกงต้มปลา..แม่จะนั่งข้างๆ ผม แทะกินเศษเนื้อปลาที่ติดอยู่ตามก้างปลาหลังจากที่ผมไ ด้กินเนื้อปลาไปแล้ว ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก..ผมพยายามแบ่งเนื้อปลาให้แม่ แต่แม่ปฎิเสธทันควันพร้อมกับกล่าวว่า "ลูกกินเถอะ...แม่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อปลา" นี่เป็นครั้งที่2 ที่แม่โกหกผม
   3. เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม เราต้องใช้เงินเพิ่มมากขึ้น แม่ต้องหารายได้พิเศษด้วยการรับงานเล็กๆ น้อยจากโรงงานมาทำที่บ้าน บางครั้งผมตื่นขึ้นมาตอนตี 1 หรือตี 2...ผมยังเห็นแม่กำลังทำงาน "แม่ครับ..นอนเถอะครับมันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้แม่ต้องไปทำงานอีก แม่ยิ้มกับผมพูดว่า "ลูกนอนต่อก่อนนะ..แม่ยังไม่เหนื่อย...นอนไม่หลับ" ครั้งที่ 3 แล้วที่แม่โกหกผม
   4. ตอนเมื่อใกล้จบชั้นมัธยมผมต้องไปสอบเป็นวันสุดท้าย แม่อุตส่าห์หยุดงานไปเป็นเพื่อนและเพื่อเป็นกำลังใจให้ผม มันเป็นวันที่แดดร้อนมากๆ...แม่ต้องรอผมอยู่หลายชม.เมื่อผมทำข้อสอบเสร็จ...รีบออกมาหาแม่ เห็นแม่ผมมีเหงื่อออกท่วมตัว แต่ท่านกลับรินน้ำเย็นที่เตรียมมาให้ผมดื่ม ผมเห็นแม่รู้สึกเหนื่อยและร้อนจึงขอให้แม่ดื่มน้ำก่อน แม่พูดขึ้นว่า "ลูกดื่มเถอะ...แม่ยังไม่กระหายน้ำ" นั่นเป็นครั้งที่ 4 ที่แม่โกหกผม
   5. หลังจากที่พ่อผมล้มป่วยและเสียชีวิต คุณแม่ที่น่าสงสารต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอไม่ว่าคุณแม่จะพยายามมากขึ้นเพียงไร คุณลุงที่อยู่ข้างๆ บ้านท่านเป็นคนดีพยายามมาช่วยเหลือครอบครัวเราเสมอ....เช่นซ่อมแซมบ้านที่ผุพัง ฯลฯ เพื่อนบ้านเห็นครอบครัวลำบากมากก็แนะนำให้แม่แต่งงานใหม่ แต่แม่ยืนกรานไม่เห็นด้วย แม่พูดกับผมว่า "แม่มีลูกอยู่ทั้งคน...แม่ไม่ต้องการความรักอี่น แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 5 แล้ว
   6. ในทื่สุดผมก็เรียนจบและมีงานทำ ผมอยากให้แม่ซึ่งตรากตรำทำงานหนักมาตลอดได้พักผ่อนบ้าง แต่แม่ไม่ยอม.....กลับไปตลาดทุกเช้าขายผักที่หามาได้เพื่อเลี้ยงชีพทั้งๆ ที่ผมพยายามส่งเงินมาให้แม่ (ผมต้องไปทำงานในเมืองที่ห่างไกล) แม่ผมไม่ค่อยยอมรับเงินผม..บางครั้งยังส่งเงินกลับคืนให้ผมอีก แม่พูดกับผมว่า "แม่มีเงินพอใช้แล้ว...ลูกควรเก็บเงินไว้สร้างฐานะ" แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 6
   7. เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า ผมตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้วยทุนของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในอเมริกา เมื่อผมเรียนจบก็ได้งานทำที่นั่นและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง เมื่อทำงานไปได้สักพัก..ผมอยากให้แม่ผมมาอยู่กับผมที่อเมริกา เพื่อว่าแม่จะได้หยุดทำงาน..พักผ่อนให้สบายในบั้นปลายของชีวิต แต่แม่ผมไม่อยากรบกวนผม...บอกผมว่า "แม่ไม่คุ้นเคยกับชีวิตต่างแดน" ครั้งที่ 7 แล้วซินะที่แม่โกหกผม
   8. เมื่อแม่แก่ตัวลงไปเรื่อยๆ ในที่สุดแม่ก็เป็นมะเร็งและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล ผมลางานแล้วรีบบินกลับมาหาแม่สุดที่รักทันที แม่ผมนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเมื่อผมไปถึง น้ำตาผมไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแม่ซึ่งผ่ายผอมและดูทรุดโทรมลงอย่างมาก แม่รู้สึกดีใจมากที่เห็นผม...พยายามยิ้มอย่างสดชื่นด้วยความลำบาก ผมรู้ดีว่าแม่ได้ฝืนความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดฝืน จากโรคมะเร็งร้ายที่ลามไปทั่วทั้งตัว ผมโอบกอดแม่พร้อมกับร้องไห้ด้วยความสงสาร หัวใจผมในขณะนั้นเศร้าหมองและเจ็บปวดอย่างที่สุด แม่พยายามปลอบผมด้วเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ "ลูกรักของแม่...เห็นหน้าลูกแม่ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว นี่เป็นครั้งที่ 8 ที่แม่โกหก และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของแม่ที่โกหกผม
 
     แม่ที่ผมรักและบูชามาตลอดชีวิตได้ปิดตาลงและจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับหลังจากที่เธอกล่าวคำโกหกครั้งที่ 8 จบลง
 
แปลและเรียบเรียงจาก English Forward Mail -"mother's 8 lies"
 
     เรื่องนี้อ่านรอบที่สอง รอบที่สามน้ำตาก็ยังไหล เพราะว่าอ่านไปแล้วก็นึกถึงแม่ของเรา เรามั่นใจว่า ถ้าเป็นครอบครัวเรา แม่เราก็จะเป็นแบบแม่คนนี้แน่นอน วันนี้วันแม่ ก็ไม่มีอะไรจะให้แม่ มากกว่า "ความรัก" ที่เรามีให้กับคุณแม่อีกแล้ว บนโลกนี้ คงไม่มีผู้หญิงคนไหน ที่จะทำให้เรารัก ได้มากกว่าแม่อีกแล้ว... เชนรักแม่นะ 
 
08/08/2007

หัวรับรู้ แต่หัวใจไม่รับฟัง

    รับรู้นะ ว่าทุกอย่างมันต้องใช้เวลา รับฟังนะว่าเธอขอเวลาอีกหน่อย .....แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อหัวใจมันไม่รับฟัง... กับสิ่งที่เราเป็นกันอยู่ตอนนี้ เราจะเรียกมันว่าอะไร? เพื่อนก็มากกว่า แฟนก็ยังไม่เคยเจอหน้า จะรัก ใจหนึ่งก็บอกว่ารัก แต่ใจหนึ่งก็บอกว่า อย่าเพิ่ง เรายังไม่ได้รู้จักกันมากขนาดที่จะรักกันได้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เธอคือส่วนหนึ่งของชีวิตเราแล้ว เวลานี้ถ้าขาดเธอไป มันก็เหมือนกับชีวิตเราขาดอะไรไปซักอย่าง แล้วจะอยู่ได้อย่างไรถ้าขาดเธอไป
 
    ขอโทษนะ.. ถ้าทำให้ลำบากใจ  เสียใจนะ... ถ้าทำให้เธอเสียใจ  ดีใจนะ... ที่ตอนนี้เราเป็นที่รักของกันและกัน  ขอบใจนะ... กับความสุขที่เธอให้มา มันมีค่ากับเรามากมาย แต่เราไม่รับปากนะ ว่าเราจะเข้าใจเหตุผลที่ให้มาทุกอย่าง แต่สัญญา ว่าจะพยายามเข้าใจให้ได้มากที่สุด จะรับให้ได้ กับสภาพ เพื่อนไม่ใช่ แฟนไม่เชิง อย่างนี้ จะให้เราพูดว่า "รัก" ตอนนี้ก็พูดได้ แต่เราอยากให้มันเป็น "รัก" ที่แน่นอน ไม่ใช่ "รัก" รีเปล่า แบบตอนนี้ ทุกวันนี้เวลาลืมตาตื่นมา คนแรกที่คิดถึงก็คือเธอ คนเดียวที่หลับตานอนแล้วอยากฝันถึงก็คือเธอ เวลาออนไลน์คนเดียวที่อยากเห็นว่าออนไลน์ก็คือเธอ น่าแปลกอยู่เหมือนกัน กับคนที่ไม่เคยเจอหน้าซักครั้ง แต่ทำให้เราคิดถึงได้มากขนาดนี้
 
    จำได้มั้ยคับ ที่เราคุยกันครั้งแรก ที่ได้คุยกันจริงๆ ตอนที่เชนอยู่อินโด เวลานั้นเชนเหงาแบบสุดๆ แล้ว อารมณ์ตอนนั้น เชนอยากมีใครซักคน ที่จะออนไลน์มาคุยกัน ...ทั้งๆ ที่ list msn มีเป็นร้อยคน แต่ไม่มีซักคนที่จะคุยกับเรา... และอยู่ๆ ก็มี หนึ่งคน คนนั้นออนไลน์ขึ้นมา คุยกัน วันนั้นแหละ ที่ทำให้เราประทับใจมากๆ เราเป็นคนกลัวความเหงานะ อะไรก็ทนได้ แต่เหงาเนี่ยแหละ ที่ทนไม่ได้ ขอบคุณจริงๆ ที่วันนั้นมีเธอ ขอบคุณมากๆ อยากจะตอบแทนกับความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับมา แต่ก็ไม่รู้ว่า จะตอบแทนเป็นอะไรดี ที่จะทำให้เธอพอใจ ก็เอาเป็นว่า อะไรก็ตามที่เป็นความสุขของเธอ เราก็จะมีความสุขไปกับสิ่งที่ได้ทำให้เธอไปด้วยแล้วกัน ถ้าคิดว่าตอนนี้ โอเคแล้ว เราก็จะโอเคไปกับมันด้วยเช่นกัน แต่บอกไว้ก่อนนะ ตอนนี้น่ะ หัวมันรับรู้ และเข้าใจ ....แต่หัว (ใจ) ข้างใน มัน "ไม่รับฟัง"
 

 ก็เพิ่งได้เจอกับตัว
สิ่งที่เขาพูดกันเรื่อยมา
ที่ว่าเมื่อรักจะมา
ไม่มีหัวใจดวงใจดวงใดต้านอยู่
ดั่งใบไม้ที่เจอะลม
และถูกพัดจนสั่นไหวระรัว
และเมื่อรักมันก่อตัว
ก็ทำหัวใจให้หวั่นไหวน่าดู
ทันทีที่ถูกความรักทักทาย
หัวใจ โลกก็ดูเปลี่ยนไป เยอะเลย
สิ่งที่เหมือนเคยๆ
ก็คล้ายว่าแปลกจากเดิมแล้ว
ทันทีที่ถูกความรักเข้ามา ทักทาย
เหมือนว่าเปลี่ยนแปลงเรื่องราวในใจ
อยากจะห้ามเท่าไหร่
หัวใจไม่เคยจะฟัง
ก็ไม่รู้จะอย่างไร
ก็ไม่รู้ว่ามันเริ่มกันมาเมื่อไร
แต่เมื่อรู้ตัวอีกที
ข้างในหัวใจก็บอกว่ารัก
ดั่งใบไม้ที่เจอะลม
และถูกพัดจนสั่นไหวระรัว
และเมื่อรักมันก่อตัว
ก็ทำหัวใจให้หวั่นไหวน่าดู
ทันทีที่ถูกความรักทักทาย
หัวใจ โลกก็ดูเปลี่ยนไป เยอะเลย
สิ่งที่เหมือนเคยๆ
ก็คล้ายว่าแปลกจากเดิมแล้ว
ทันทีที่ถูกความรักเข้ามา ทักทาย
เหมือนว่าเปลี่ยนแปลงเรื่องราวในใจ
อยากจะห้ามเท่าไหร่
หัวใจไม่เคยจะฟัง
อยากจะห้ามเท่าไหร่
หัวใจไม่เคยจะฟัง
 

    ก็แค่อยากจะเป็นคนพิเศษของคุณ ก็เท่านั้นเอง.... 
 

(หัวใจดวงนี้ ให้กับคนพิเศษของเรา) 

20/06/2007

ไม่มีรมณ์จะคิดหัวเรื่อง. . .

 
ไม่มีอากาศ . . . ก็ไม่มีลมหายใจ
ไม่มีความรัก ยังหายใจได้ เหมือนทุกวัน
อากาศไม่ต้องเสาะแสวงหา
แต่ความรักจะได้มาต้องบากบั่น
อากาศได้มาง่ายๆ และมีอยู่มากมายร้อยพัน
ส่วนความรักนั้น แม้เพียงฝัน . . . ก็สุขใจ
อากาศแทบไม่มีน้ำหนัก
ส่วนความรัก ใครๆ ก็เห็นว่ายิ่งใหญ่
อากาศ ไม่เคยสร้างความเสียใจ
หากความรัก ทำให้ต้องร้องไห้ มีน้ำตา
อากาศ ทำให้ทุกชีวิตดำรงอยู่
และความรัก ทำให้ลมหายใจทุกอณูมีคุณค่า
อากาศมองเห็นได้ยากด้วยสายตา
ส่วนความรัก เห็นด้วยตารู้ได้ด้วยใจ
มีอากาศโลกก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่
มีความรักโลกจะกลายเป็นสีชมพูหวานไหว
สำหรับอากาศ เข้า-ออกตามลมหายใจ
แต่ความรักหากมีไว้ . . . ก็ไม่อยากสูญเสียไปสักนิดเดียว
ดูแลรักษาอากาศว่าลำบาก
ดูแลความรัก ยิ่งยุ่งยาก หากไม่ชอบแลเหลียว
อากาศมากเท่าไหร่ . . . ก็ไม่กลมเกลียว
ความรักแม้บางเบาก็แน่นเหนียว . . .และผูกพัน
ส่วนประกอบของอากาศสามารถบรรยาย
แต่ความรักไม่อาจอธิบายด้วยคำสั้นๆ
อากาศ อาจดี - แย่ แต่ละวัน
ส่วนความรักนั้น จะยังคงอบอุ่นกรุ่นหัวใจ
"ความรัก" กับ "อากาศ" หากถามฉันว่าเลือกที่จะขาดสิ่งไหน
แม้อากาศจำเป็นสักเพียงใด
ในโลกที่ความรักสิ้นไร้ . .ก็ไม่อาจทนอยู่ได้ เช่นกัน. . .
 
     เฮ้อ... ช่วงนี้สับสนกับอารมณ์ตัวเองยังไงไม่รู้ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย หงุดหงิดง่าย อะไรไม่ได้ดั่งใจก็พาลไปซะงั้น ขอเตือนเพื่อนๆ ที่รักทุกท่านให้ระวังตัวกันไว้ด้วย ถ้าเจอเชนแปลกๆ ก็อย่าไปถือสาอะไรเลยนะ ช่วงนี้เพื่อนเหนื่อยว่ะ งานก็เครียด เงินก็ช็อต แถมปัญหาอะไรต่อมิอะไร ก็รุมเข้ามากันจริง ...แต่ก็ยังมีอารมณ์มาเขียน blog ได้อ่ะนะ กลอนข้างบนนี้ ไปอ่านเจอมาจากไหนจำไม่ได้ นานแล้วเหมือนกัน พอดี save ไว้ใน My Doc แล้ววันนี้มาเปิดเจอ ก็เลยเอามาลงให้อ่านกัน แบบว่า รู้สึกโดน !! แบ่งๆ กันโดนบ้างนะ T_T
 
Ps. ช่วงนี้เหงาๆ ว่ะเพื่อน...
Ps2. อ่านแล้ว โอเคมั้ย คอมเม้นกันด้วยนะ แอบมาอ่าน แล้วปิด ขอแช่งให้จู๊ดๆ~ (เช็คแล้วนะ บทความก่อน คนอ่านเกือบพัน คอมเม้น 4 -*-)
 
30/05/2007

อย่าลืมว่า.. ครั้งหนึ่ง เธอเคยมีฉัน

   เคยรู้สึกบ้างไหมว่า หลายๆ ครั้ง
ในความรัก  มักจะซ่อนความเจ็บปวด เอาไว้เสมอ. .
 
   ครั้งหนึ่ง เราเคยคิดที่จะทุ่มเทความรักไปให้ใครสักคนหนึ่ง
ที่เราคิดว่า เค้าคือคนที่ใช่ คนที่เราตามหามานาน
คนที่มองเห็น และศรัทธาในคุณค่าของความรักเหมือนๆ กันเรา
และในวันที่เราได้ค้นพบ ใครคนนั้น
เขา คือคนที่เราพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเขา
โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน และทำทุกอย่างจากใจจริง

เขา คือคนที่เราคิดว่าใช่
เขา คือคนที่เราอยากเดินเคียงข้างบนทางเดินต่อจากนี้ไป
เขา คือคนที่เราพร้อมจะมอบเวลาที่เหลืออยู่ให้เขา
เขา คือคนที่เราอยากลืมตาตื่นมาแล้วเจอเป็นคนแรก
 

เพลง มากกว่ารัก:(นิก The Star)
 
คนเคยเหงา เคยรู้สึกเหว่ว้า
เคยมองหาความรักนั้นมันอยู่ที่ใด
โลกใบใหญ่เหลือเกิน
มีผู้คนอยู่มากมาย
แต่หัวใจมันกลับเหงาขึ้นทุกที
แต่เมื่อฉันได้พบกับเธอ
สิ่งที่เธอให้ฉันไม่รู้มันคืออะไร
โลกใบใหญ่ใบเดิม
กลับไม่เคยต้องเหงาใจ
แค่ฉันนั้นยังมีเธออยู่ตรงนี้
 
เธอเป็นมากกว่ารัก
เพราะเธอนั้นคือครึ่งชีวิต
ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตามหา
และรอคอยเธอมาแสนนาน
และสุดท้ายก็เจอว่าเธอคือทุกอย่าง
ที่เติมเต็มหัวใจ
จากนี้ทุกลมหายใจฉันคือเธอ
 
หากว่าเธอนั้นคือความรัก
ก็เป็นรักที่ดีจนไม่มีคำบรรยาย
ฉันโชคดีเหลือเกินที่มีเธอเดินข้างกาย
ชีวิตนั้นได้เติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย
 
เธอเป็นมากกว่ารัก
เพราะเธอนั้นคือครึ่งชีวิต
ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตามหา
และรอคอยเธอมาแสนนาน
และสุดท้ายก็เจอว่าเธอคือทุกอย่าง
ที่เติมเต็มหัวใจ
จากนี้ทุกลมหายใจฉันคือเธอ
 
เธอเป็นมากกว่ารัก
เพราะเธอนั้นคือครึ่งชีวิต
ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตามหา
และรอคอยเธอมาแสนนาน
และสุดท้ายก็เจอว่าเธอคือทุกอย่าง
ที่เติมเต็มหัวใจ
จากนี้ทุกลมหายใจฉันคือเธอ
 
จากนี้ทุกลมหายใจ...ฉันคือเธอ...

   แต่แล้ว ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน
วันที่เส้นทางของเราสองคน ต้องแยกจากกันก็มาถึง
เมื่อความรักของคนหนึ่ง ไม่เหมือนความรักของอีกคน
คนหนึ่งคิดว่าอีกคนใช่ แต่อีกคนกลับไม่คิดว่าคนนี้ใช่
จุดจบที่การแยกทางจึงเกิดขึ้น
 
   เรา ที่ทุกวันเคยมีเขาอยู่เคียงข้าง
กลับต้องมาอ้างว้าง เดียวดายอีกครั้งหนึ่ง
ร้องไห้... ไม่ใช่ทางออก ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา
และ ไม่ใช่วิธีรักษาแผลใจของเรา
ตราบเท่าที่ลมหายใจยังไม่หมดไป
ชีวิตของเรา ก็ยังต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
อนาคตของเรา เราเป็นคนกำหนด
ล้มแล้วต้องลุกขึ้น เพื่อก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
 
   ในขณะที่เราต้องเหงา เดียวดาย
เธออาจกำลังหัวเราะ มีความสุขอยู่กับใครต่อใคร
จนหลงลืมไปว่า . . . ครั้งหนึ่งเคยมีฉัน
หากวันใด เธอต้องพบกับความเศร้า เสียใจ
อย่าลืมนะ ครั้งหนึ่ง เธอเคยมีฉัน
และวันนี้ เธอก็ยังคงมีฉันอยู่เช่นเคย
 
   แม้คำว่ารัก เราอาจจะไม่ได้พูดบ่อยๆ
แต่แสดงว่ารัก เราแสดงให้เธอเห็นอยู่ทุกวัน
มันอาจไม่ใช่ความรักที่ยิ่งใหญ่
เป็นแค่ความรักเล็กๆ จากผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง
ที่เธอแทบจะไม่เห็นค่าอะไร
แต่มันจะเป็นความรักที่ไม่จางหายไปไหน
เป็นความรักที่รอเธออยู่ตรงนี้เสมอไป

อย่าลืมนะ ครั้งหนึ่ง เธอเคยมีฉัน และจะมีฉันอยู่ตรงนี้ตลอดไป..
 
21/05/2007

365 วัน เพื่อเรียนรู้คำว่ารัก

     พอดีว่าไปเปิดเจอบทความหนึ่งเข้า มันกินใจ และมีความหมายลึกซึ้งดีก็เลยเอามาแบ่งกัน :D เครดิตเว็บ TTTonline คับ www.tttonline.net
 
     เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมรั้วเธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง
แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร?

..วันที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต
เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำจนล้นกระถาง..

..วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก็มีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น
เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู

..วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา
เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..รอ

..วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่
แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก
เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่แรงกล้า

.....วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด และดูแลต้นไม้
เธอรู้สึกไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน
เธอทิ้งต้นไม่นั้นไว้โดยไม่สนใจมันอีก..ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง ไม่มีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก..

..วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก

...วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น

..วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง

..วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ

..วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..
และที่น่าประหลาดใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีแดงเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ... เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง

..วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีแดงนั้นทุกเวลาที่ว่าง เธอรู้สึกมีความสุขมาก..
ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยไม่ได้สนใจว่ามันจะกลายเป็นอะไรต่อไป..
เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด เธอเพียงทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด

..วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีแดงรูปหัวใจอีกแล้ว
ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!! ..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้
เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ
ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย......

** คุณรู้หรือยังว่าดอกไม้สีแดงรูปหัวใจกลายเป็นอะไร? **
 
 
18/04/2007

ขออภัย ช่วงนี้หัวใจอ่อนแอ

หยุดเลยแล้วกัน ป่วยการยื้อไป ฉันทนไม่ได้ ทั้งอายทั้งเจ็บปนกัน
หยุดเลยแล้วกัน หมดความสำคัญ ถึงจะดึงดัน ไม่มีประโยชน์อันใด
ต้องการอะไร ไม่เคย อยู่เฉย หรือทำไม่ได้ แต่ทำอะไรให้ไปไม่เคยถูกใจ
เรี่ยวแรงฉัน ยังเหลือยังมี ใจซิมีไม่พอ ที่มันท้อ มันท้อเพราะเธอไม่มีใจ
อย่างดีฉันคงได้แค่เพียง มองดูเธอใกล้ๆ แต่จะหวังให้ได้หัวใจคงไม่มีทาง หรือมันไม่จริง
 
หยุดเลยแล้วกัน จบกันเสียที หัวใจที่มี เหลือเพียงแค่เศษของมัน
หยุดเลยแล้วกัน จบความสัมพันธ์ แม้ทรมานไม่นานเท่าไหร่ก็ชิน
ต้องการอะไรไม่เคย อยู่เฉย หรือทำไม่ได้ แต่ทำอะไรให้ไปไม่เคยถูกใจ
เรี่ยวแรงฉันยังเหลือ ยังมี ใจซิมีไม่พอ ที่มันท้อ มันท้อเพราะเธอไม่มีใจ
อย่างดีฉันคงได้แค่เพียง มองดูเธอใกล้ๆ แต่จะหวังให้ได้หัวใจคงไม่มีทาง หรือมันไม่จริง
 
ต้องการอะไรไม่เคยอยู่เฉย หรือทำไม่ได้ แต่ทำอะไรให้ไปไม่เคยถูกใจ
เรี่ยวแรงฉันยังเหลือยังมี ใจซิมีไม่พอ ที่มันท้อ มันท้อเพราะเธอไม่มีใจ
อย่างดีฉันคงได้แค่เพียง มองดูเธอใกล้ๆ แต่จะหวังให้ได้หัวใจคงไม่มีทาง หรือมันไม่จริง
 
 
     สิ่งที่ผู้ให้ต้องการจากผู้รับ ไม่ใช่คำชมเชยกับสิ่งที่ผู้รับได้รับหรอกนะ แต่สิ่งที่ผู้ให้ อยากได้รับมากที่สุด มันคือการมองเห็นค่า ของสิ่งที่คุณรับไป ทุกอย่างที่ให้ไป ไม่เคยหวังว่าจะได้อะไรตอบกลับมา เราให้เพราะอยากให้ เราทำเพื่อตัวเราเอง เพราะการให้กับคนที่เรารัก มันทำให้เรามีความสุข สุขที่ได้ให้ ให้คนที่เรารัก แต่ถ้าสิ่งที่เราทำไป มันไม่เคยได้รับการจดจำเลยซักอย่าง ทุกครั้งที่มีปัญหากัน สิ่งที่เราได้รับกลับมาคือ ความผิดพลาดในอดีตของเรา ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า เราก็คงไม่เหลือแรงใจที่จะทำต่อไปแล้ว "หยุดเลย" อาจจะเป็นทางที่ดีที่สุด ที่เราควรจะทำ
 
     "เรี่ยวแรงฉันยังเหลือยังมี ใจซิมีไม่พอ ที่มันท้อมันท้อเพราะเธอไม่มีใจ อย่างดีฉันคงได้แค่เพียง มองดูเธอใกล้ๆ แต่จะหวังให้ได้หัวใจคงไม่มีทาง ...หรือมันไม่จริง"
 
     ช่วงนี้เราคงแย่ๆ ซักพัก เพื่อนๆ คนไหนที่เราโทรหา ชวนไปเที่ยว หรือบอกว่าอยากไปหา ก็ช่วยๆ ว่างให้เราหน่อยนะ ช่วงนี้ไม่ไหวจริงๆ ว่ะ รู้สึกหดหู่กับชีวิตมากๆ ไม่อยากอยู่คนเดียว ฝืนทำตัวไม่เหงาต่อไปไม่ไหวแล้ว "ขออภัย ช่วงนี้หัวใจอ่อนแอ"
 
 
01/04/2007

ขอบคุณความเหงา ที่ทำให้เราเข้มแข็ง

 
     อ่า... ในที่สุด ก็ผ่านมาได้แล้ว "มีนาทมิฬ" เดือนนี้เป็นเดือนที่เรารู้สึกว่ามันนานเหลือเกิน และเป็นเดือนที่ไม่ค่อยอยากจะให้มาถึงเลย ถึงแม้ว่าเดือนนี้จะมีวันเกิดเราอยู่ด้วยก็ตาม แต่ในที่สุด ปีนี้เราก็ผ่านมันมาได้ ถึงมันจะยังคงมีอะไรให้เราสูญเสียอีกเหมือนทุกๆ ปีก็ตาม แต่สุดท้าย เราก็ผ่านมันมาได้ ด้วยสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง "เหงา" ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง แต่สำหรับเรา ความเหงา มันเป็นเรื่องใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะปกติแล้ว เราจะไม่ใช่คนที่เหงาง่ายๆ บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าเหงาก็หาอะไรทำแก้เหงาซิ เด๋วก็ลืมเหงาไปเอง แต่สำหรับเรา มันไม่ใช่!! ปกติเราจะมีอะไรทำอยู่แล้ว แต่เมื่อเรารู้สึกว่า "เหงา" นั่นหมายถึง เราต้องการใครซักคนที่มาอยู่เคียงข้างกัน ไม่ต้องมาทำอะไรก็ได้ ขอแค่ใครซักคนมานั่งหายใจข้างๆ ให้เรารู้สึกว่าโลกนี้ยังมีคนอยู่เท่านั้นเอง อ่านดูอาจจะเป็นเหมือนเรื่องตลก "เหงา" แค่นี้ ทำเป็นเรื่องใหญ่ ....ก็ขอบอกไว้เลย สำหรับเรา แม่ง เรื่องใหญ่มากๆ ขอร้องเลย ถ้าเราออกปากว่าเหงา นั่นคือเราต้องการใครซักคนจริงๆ แต่ต่อไปนี้ เราคงไม่เป็นอย่างนี้แล้ว เพราะครั้งนี้ ความเหงา ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นมาแล้ว
 
     ในวันที่เรา "เหงา" อย่างที่ต้องการใครซักคนมาอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่มีใครมา เราผ่านมันมาได้แล้ว "เหงา" ครั้งต่อไป ถ้าจะต้องเจอแบบนี้อีก เราก็คงไม่เป็นอะไรอีกแล้ว คนเราเจ็บต้องจำ ทำผิดต้องก็ต้องจำ เหงาไม่มีใคร ถ้าผ่านมันมาได้ ก็ต้องจำ วันนี้เราเข้มแข็งขึ้นมาแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักความเหงา ขอบอกเลยว่า มันทรมาน แต่ถ้าผ่านไปได้ ก็น่าจะรู้สึกเหมือนเราว่า "โลกใบนี้ มันน่าอยู่กว่าที่เราคิด"
 
 
ฉันเคยเข้าใจว่าเธอน่ะเป็นทุกอย่าง
เมื่อมาวันหนึ่งเธอแยกทาง จึงไม่เหลืออะไร
ไม่มีอะไรที่ดีอีกแล้ว ก็คงเหมือนโลกแตกไป
ไม่มีวัน ไม่มีวัน เป็นอย่างเคย...

ไม่รู้ว่าจมอารมณ์อยู่นานเท่าไหร่
แต่ได้ยินเสียงนกไกล ๆ ยังเป็นเสียงเดิมเลย
และดวงตะวัน ก็ยังส่องแสง อยู่บนยอดไม้อย่างเคย
ก็เลยได้เห็น ก็เลยได้รู้ ได้ลอง คิดใหม่

นี่โลกใบเดิม มันก็ยังหมุน อย่างเดิม ตามที่เคยเห็น
คนๆ นั้นคนเดียว ก็แค่คนเดียว ไม่เห็นเป็นไร
และโลกของฉัน มันก็ยังหมุน และวันนี้ ฉันก็ยังไม่ตาย
ต้องมีเรื่องใหม่ๆ ต้องพร้อมหัวใจ ให้พร้อมเจอ

ผู้คนที่รายรอบตัวก็มีมากมาย
เพื่อนที่คอยช่วยให้แรงใจ ยังมีให้พึ่งพา
ฉันมัวไปจมกับคนแบบนั้น ไม่มีใครในสายตา
แต่มาวันนี้ ก็เลยได้รู้ ได้ลอง คิดใหม่

นี่โลกใบเดิม มันก็ยังหมุน อย่างเดิม ตามที่เคยเห็น
คนๆ นั้นคนเดียว ก็แค่คนเดียว ไม่เห็นเป็นไร
และโลกของฉัน มันก็ยังหมุน และวันนี้ ฉันก็ยังไม่ตาย
ต้องมีเรื่องใหม่ๆ ต้องพร้อมหัวใจ ให้พร้อมเจอ

นี่โลกใบเดิม มันก็ยังหมุน อย่างเดิม ตามที่เคยเห็น
คนๆ นั้นคนเดียว ก็แค่คนเดียว ไม่เห็นเป็นไร
และโลกของฉัน มันก็ยังหมุน และวันนี้ ฉันก็ยังไม่ตาย
ต้องมีเรื่องใหม่ๆ ต้องพร้อมหัวใจ ให้พร้อมเจอ

ต้องมีเรื่องใหม่ๆ ต้องพร้อมหัวใจ ให้พร้อมเจอ....
 
     แด่คนอกหัก แด่คนเหงา แด่คนที่ไม่เห็นค่าของเรา แด่ความรัก แด่มีนาทมิฬ และสุดท้าย... แด่ความเหงา .... ขอบคุณอีกครั้ง ความเหงา .....ที่ทำให้เราเข้มแข็ง
 
 
25/01/2007

ชนะ - แพ้ ต่างกันตรงไหน?

1) When a winner commits a mistake, he say I'm wrong
When a loser commits a mistake, he says it's not my fault

ผู้ชนะ : เมื่อพบว่ามีข้อผิดพลาด จะพูดว่า ฉันทำผิดเอง

ผู้แพ้ : เมื่อพบข้อผิดพลาด จะพูดว่า ไม่ใช่ความผิดของฉัน


2) A winner works harder and has more time than a loser
A loser always is too busy to do what is necessary


ผู้ชนะ : จะทำงานหนักกว่าปกติ และมีเวลามากกว่าผู้แพ้

ผู้แพ้ : จะทำงานแบบยุ่งทั้งวัน โดยที่ไม่คิดว่างานไหน ควรทำก่อนทำหลัง


3) A winner faces and solves his/her problems
A loser does otherwise


ผู้ชนะ : จะเผชิญหน้ากับปัญหาและลงมือแก้ไขปัญหานั้น

ผู้แพ้ : จะทำในทางตรงข้าม หลีกเลี่ยงปัญหา


4) A winner makes things happen
A loser makes promises

ผู้ชนะ : จะลงมือทำงานให้ปรากฎผลงานขึ้น

ผู้แพ้ : จะให้แต่คำสัญญา คือมีแต่ลมปาก แต่ไม่ลงมือ


5) A winner wld say "I am good..but not as good as I want to be"
A loser wld say "I am not as bad as others"

ผู้ชนะ : จะพูดว่า "ฉันทำได้ดี แต่ยังไม่ดีเท่ากับที่ฉันต้องการ"

ผู้แพ้ : จะพูดว่า "ยังมีคนอื่นอีกหลายคนที่มีผลงานแย่กว่าตัวเขา"


6) A winner listens, understand and responds
A loser only waits until it's his/her turn to speak

ผู้ชนะ : จะตั้งใจฟัง แล้วทำความเข้าใจ และ สามารถตอบสนองได้

ผู้แพ้ : จะรออย่างเดียว โดยไม่ฟัง ไม่ทำความเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูด รอจนกว่าจะถึงคิวที่จะได้พูดเรื่องของตัวเอง


7) A winner respects people who are superior to him and would like to learn from them
A loser does otherwise, and wld try to find his superior's faults

ผู้ชนะ : จะยอมรับ นับถือคนที่มีความสามารถเหนือกว่า และจะเรียนรู้จากคนเหล่านั้น

ผู้แพ้ : จะทำในทางตรงข้าม และจะพยามายามหาข้อผิดพลาดของคนที่เหนือกว่าเขา


8) A winner is responsible not just for his own work
A loser will not dare help others and wld say I'm just doing my job

ผู้ชนะ : จะมีความรับผิดชอบ ไม่เพียงแต่งานที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
จะช่วยคิดให้องค์กรประสบความสำเร็จ (ไม่ใช่ไปก้าวก่ายงานคนอื่นนะ)

ผู้แพ้ : จะไม่กล้าที่จะช่วยเหลือคนอื่น และ มักจะพูดว่า ฉันไม่ว่าง กำลังทำงานของฉันอยู่


9) A winner would say "There shd be a better way to do it"
A loser would say "This is the only way to do"
 
ผู้ชนะ : ต้องมีวิธีที่จะทำให้ดีขึ้นได้เสมอ

ผู้แพ้ : จะพูดว่า "นี่คือหนทางเดียวที่ทำได้"


10) A winner like you will share this with his/her friends
A loser will just keep this to himself/herself
because he/she doesn't have time to share this with others.

ผู้ชนะ : จะแบ่งปันบทความนี้ไปยังเพื่อนๆของเขา

ผู้แพ้ : จะเก็บบทความนี้เอาไว้ เพราะว่าเขาไม่มีเวลาที่จะแบ่งปันไปให้คนอื่น
16/01/2007

บางมุม ของความรัก

ใครหลายคนรู้จัก. . . ความรัก แต่ใช่ว่าจะเข้าใจ
เราเรียนรู้ที่จะรัก . . . แต่ใช่ว่าเราจะเข้าใจความรัก
 
เป็นความจริงที่ว่า. . .
วันและคืนที่เรียนรู้ผ่านกาลเวลา ทำให้คนสองคนเข้าใจกันมากขึ้น
แต่วันและคืน ที่ผ่านพ้น ก็ทำให้คนสองคนเข้าใจกันน้อยลง
ต่างกับความคาดหวัง และการเรียกร้องระหว่างกัน ที่กลับจะมีสูงขึ้นและสูงขึ้น
บางที. . . เราก็เลือกที่จะทำร้ายกันและกันด้วยความรัก
 
. . . ถ้าเราตอบหัวใจของเราแท้จริง . . . ความรักก็แท้จริงเช่นกัน
และความรักก็จะอยู่เช่นนั้นเสมอ. . .
 
เพราะบางที ความสุขที่แท้จริงของ “ความรัก”
คือ. . .การได้รักมากกว่าการถูกรัก
และในทุกๆ การค้นหา ก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องค้นพบ. . .
 
ถ้าเรารู้จักที่จะให้เกียรติความรัก. . .
ความรักก็จะให้เกียรติเราเช่นกัน. . .

 
     ช่วงนี้ คงเห็นเราอัพ Blog บ่อยหน่อยนะ ...อาการคนเหงาไม่มีที่ระบาย ~...~ ทนๆ กันไปหน่อยนะค๊าบ เฮ้ออออ
15/01/2007

ตัดใจไม่ไหว...

ตัดใจไม่ไหว

ทำไมไม่เคยเกลียดเธอได้สักที
ทั้งๆ ที่จริงก็เนิ่นนาน จะทนให้เธอทำร้าย
สร้างความปวดใจไม่เคยเว้นวัน
เหตุใดยังรักยังแคร์เธอ

ก็ไม่รู้เหมือนกันทำไม ไม่ยอมเลิกรา
จบปัญหาหัวใจไม่ได้เลย
ก็ไม่รู้เหมือนกันมันเจ็บ มันช้ำเพราะรักเธอ
แต่ทำไมไม่คิดจะจากไป โน...โฮ

ตัดใจไม่ไหวทิ้งเธอไม่ลง
ไม่รู้ฉันเป็นอะไร
เพียงแค่คิดหัวใจก็สั่นหวั่นไหว
กับเธอคนนี้ฉันก็ไม่เข้าใจ
ไม่รู้ฉันต้องมนต์อะไร
ไม่เข้าใจหัวใจตัวเองเหมือนกัน

ทำไมไม่จำ ไม่จำไว้ใส่ใจ
ก็รู้ว่าเธอไม่แคร์กัน
รู้ดีว่าเธอใจร้าย
รู้ดีว่ามันต้องทรมาน
หากใจยังรักยังแคร์เธอ


ก็ไม่รู้เหมือนกันทำไม ไม่ยอมเลิกรา
จบปัญหาหัวใจไม่ได้เลย
ก็ไม่รู้เหมือนกันมันเจ็บ มันช้ำเพราะรักเธอ
ก็แล้วทำไมไม่คิดจะจากไป โน...โฮ

ตัดใจไม่ไหวทิ้งเธอไม่ลง
ไม่รู้ฉันเป็นอะไร
เพียงแค่คิดหัวใจก็สั่นหวั่นไหว
กับเธอคนนี้ฉันก็ไม่เข้าใจ
ไม่รู้ฉันต้องมนต์อะไร
ตัดเธอไปก็ทำไม่ลงสักที

ตัดใจไม่ไหวทิ้งเธอไม่ลง
ไม่รู้ฉันเป็นอะไร
เพียงแค่คิดหัวใจก็สั่นหวั่นไหว
กับเธอคนนี้ฉันไม่เข้าใจ
ไม่รู้ฉันต้องมนต์อะไร
ไม่เข้าใจหัวใจตัวเองเหมือนกัน

กับเธอคนนี้ฉันก็ไม่เข้าใจ
ไม่รู้ฉันต้องมนต์อะไร
ตัดเธอไปก็ทำไม่ลงสักที...

 

ตัดไม่ได้ ก็ทนมันไปอย่างนี้แหละ.........................................

 

เขียนตอนเหงาๆ

 
สักวันหนึ่ง ที่เธอรู้สึกอยากร้องไห้    โทรมานะ
เราสัญญาไม่ได้ ว่าจะทำให้เธอหัวเราะ แต่เราจะร้องไห้ไปกับเธอ
 
สักวันหนึ่ง ที่เธอรู้สึกอยากวิ่งหนีจากทุกสิ่ง    ไม่ต้องกลัวที่จะโทรหาเรา
เราไม่สัญญาว่าจะทำให้เธอหยุด แต่เราจะวิ่งไปกับเธอ
 
สักวันหนึ่ง ที่เธอรู้สึกไม่อยากฟังคำพูดของใคร    โทรหาเรา
เราสัญญาว่าจะอยู่กับเธอ และเราสัญญาว่าจะไม่พูดอะไร
 
แต่ถ้าวันหนึ่งเธอโทรมา แต่ไม่มีใครรับสาย.... ไม่มีใครโทรกลับ รีบมาหาเรานะ
เพราะเราอาจต้องการเธอ เพราะเราไม่เคยปฏิเสธเธอ
 
ขอโทษ.. ถ้าเราทำให้เธอรู้สึกแย่ หรือเสียใจ
 
ขอโทษ.. ถ้าเราเคยคิดว่าเราดีกว่าหรือเหนือกว่าเธอ
 
เรารักเธอนะ อย่าลืมเรื่องนี้ล่ะ ไม่ว่าจะสุข หรือเศร้าเราจะอยู่ที่นี่ เพื่อเธอ..
 
 
ทางเดินแห่งรัก
ก็ยังคงเดินทาง และยังคงเดินไปหาใคร
บางคน อยากให้คนจริงผ่าน เข้ามาในใจสักคน
แล้วฉันก็เดินทางต่อไป เพราะฉันไม่เจอใครอย่างนั้น
แต่ฉันมั่นใจ ว่าเขานั้นมีตัวตน

ยังเต็มใจที่จะตามค้นหา และปฏิเสธที่จะท้อใจ
ยินดีที่จะเฝ้ารอ เพื่อเติมเต็มสิ่งที่หายไป
ยังพอใจที่จะตามค้นหา ว่าคนดีๆ ที่มีรักจริง อยู่ที่ไหน
คอยที่จะเจอเขา แม้ไม่รู้เมื่อไหร่

อาจเป็นการเดินทาง ที่ไม่มีปลายทางให้เจอสักที
แต่ไม่เคยลังเล ที่จะคอยบางคนที่ดี
เพราะฉันเชื่อในทางเดินแห่งรัก ที่พร้อมจะนำทางให้ฉัน
และฉันมั่นใจ ว่าเขานั้นมีตัวตน

ยังเต็มใจที่จะตามค้นหา และปฏิเสธที่จะท้อใจ
ยินดีที่จะเฝ้ารอ เพื่อเติมเต็มสิ่งที่หายไป
ยังพอใจที่จะตามค้นหา ว่าคนดีๆ ที่มีรักจริง อยู่ที่ไหน
คอยที่จะเจอเขา แม้ไม่รู้เมื่อไหร่

อาจเป็นการเดินทาง ที่ไม่มีปลายทางให้เจอสักที
แต่ไม่เคยลังเล ที่จะคอยบางคนที่ดี

ใครคนนั้นคนที่ตามหา คงมี ใครคนนั้น ยังต้องตามหา

เพราะฉันเชื่อในทางเดินแห่งรัก ที่พร้อมจะนำทางให้ฉัน
และฉันมั่นใจ ว่าเขานั้นมีตัวตน

ยังเต็มใจที่จะตามค้นหา และปฏิเสธที่จะท้อใจ
ยินดีที่จะเฝ้ารอ เพื่อเติมเต็มสิ่งที่หายไป
ยังพอใจที่จะตามค้นหา ว่าคนดีๆ ที่มีรักจริง อยู่ที่ไหน
คอยที่จะเจอเขา แม้ไม่รู้เมื่อไหร่
อาจเป็นการเดินทาง ที่ไม่มีปลายทางให้เจอสักที
แต่ไม่เคยลังเล ที่จะคอยบางคนที่ดี

ใครคนนั้นคนที่ตามหา คงมี ใครคนนั้น ยังต้องตามหา...
 
 
     จะว่าเหงา มันก็เหงานะ แต่ไม่เศร้าแฮะ ถามว่าอยู่คนเดียวได้มั้ย ....เออ อยู่ได้ แต่ถ้าให้เลือก ก็ไม่ได้อยากอยู่คนเดียวแบบนี้เลย แต่มันก็ยากนะ ที่จะหาใครซักคนมาอยู่ด้วยกันได้ โดยที่เรา - เค้า มีความสุข สบายใจ ด้วยกันทั้งคู่ ในเมื่อวันนี้ ...คนนี้ ....ไม่ใช่ เราก็ยังต้องเดินทางกันต่อไป เส้นทางของชีวิตคนเรา มันไม่ใช่ทางตรงอย่างเดียว มันมีทั้งเลี้ยว ทั้งเนิน ทางขรุขระ และสารพัดอุปสรรค์ ก็ใช่ว่าเราจะฝ่ามันไปได้ทุกอย่างหรอก บางทีเจอปัญหา เจออุปสรรค์หนักๆ เข้า เราก็นั่งพักมันข้างทางนั่นแหละ พักให้หายเหนื่อย ทำใจให้ได้ แล้วค่อยลุกขึ้นเดินทางต่อ เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนง่ายๆ แบบนี้มั้ง ถึงได้เป็นแบบนี้ ก็รู้นะว่า บางทีถ้าเราตั้งใจวิ่งฝ่ามันไปก็ทำได้ แต่ทำไมเราต้องเลือกที่จะนั่งพัก... ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
 
     ก็คงเป็นอย่างที่ใครๆ พูดกัน อะไรๆ ก็เข้าใจได้ง่าย ยกเว้น หัวใจเราเอง เข้าใจยากที่สุด ....แต่ก็นะ ตอนนี้ไม่มีคนให้กำลังใจแล้ว ไม่มีจุดหมายอีก แต่เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป ให้กำลังใจกับตัวเองต่อไป อย่าเอาหัวใจเราไปผูกไว้ที่เท้าใคร เอามันกลับมาใส่ไว้ที่อกด้านซ้าย ที่เดิมที่มันเคยอยู่ อยู่คนเดียวมาได้ตั้งนานแล้ว... จะอยู่คนเดียวต่อไปอีกซักหน่อยจะเป็นไรไป จริงมั้ย พวกเรา ^^
 
เพลงทางเดินแห่งรัก... ชอบมาก เพลงนี้ ใครยังไม่ได้ฟัง ลองไปหาฟังนะ ความหมายดี
30/10/2006

แวะมาอ่านกันนิดนึง สำหรับคนดูรูปทริปญี่ปุ่น

 
     แหะ แหะ ปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเร่อเลยเรา หลงเข้าใจผิดอย่างแรงมาตั้งนาน เพราะว่ากล้องถ่ายรูป กับกล้องวีดีโอ ที่ซื้อมาจากญี่ปุ่นน่ะ ไอ้เราก็หลงคิดว่าซื้อจากญี่ปุ่น มันเป็นไฟ 110V ไม่น่าจะใช้กับไฟบ้านเราได้ แต่หารู้ไม่ว่า เดี๋ยวนี้หม้อแปลงไฟเค้าเป็นแบบ 110V - 240V แล้ว สามารถเอามาใช้ที่บ้านเราได้ทันที ไม่ต้องแปลงไฟ เอิ๊กๆๆ รูปทริปญี่ปุ่นก็เลยได้โอกาสคลอดออกมาทันทีทันใด สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่สงสัยว่า รูปนั้นคืออะไร รูปนี้คืออะไร ก็ comment ชื่อรูป เอาไว้ใน blog วันนี้แล้วกัน เดี๋ยวจะมาอธิบายให้ฟัง ส่วนบันทึกการเดินทาง ก็คงต้องขอให้รอกันก่อน ติดสัญญากับ OL2 ไว้ทำให้เอาลงที่ blog ก่อนไม่ได้ แต่ไม่นานเกินรอแน่นอนจ้า เร็วๆ นี้ได้อ่านกันแน่ วู้~
 
 
26/10/2006

กลับมาแว้ววว

 
     กลับมาแว้วจ้า~ ไปเที่ยวญี่ปุ่นมา สัปดาห์นึงเต็มๆ ไปเที่ยวรอบนี้ มีหลากหลายความรู้สึกจริงๆ จะว่าสนุกมันก็สนุกมาก จะว่าเหนื่อยมันก็เหนื่อยมากเหมือนกัน คิดดูซิไปเที่ยวแล้ว ต้องกลับมานอนแช่น้ำร้อน ให้กล้ามเนื้อขาไม่ปวด เพื่อจะได้เดินเที่ยววันต่อไปได้
 
     ที่เขียนอยู่ใน blog นี้เป็นการเขียนหลังจากกลับมาจากที่ไปเที่ยวมาแล้วนะครับ ตอนแรกนี้ก็เลยขอเขียนเป็นสรุปการไปเที่ยวมาก่อน ในตอนต่อๆ ไปก็จะเป็นบันทึกประจำวันในแต่ละวันที่ญี่ปุ่น และต้องบอกก่อนว่า ในบางวัน ที่เขียนว่าวันรุ่งขึ้นจะไปไหน แล้วเกิดมีการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมเที่ยว เราก็จะคงเอาไว้ตามที่เขียนเอาไว้อย่างนั้น ไม่แก้ไขนะครับ เพราะเราอยากคงความรู้สึกที่เขียนในวันนั้นๆ เอาไว้ไม่อยากแก้ไขอะไร
 
     การไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ ได้เห็นอะไรต่อมิอะไร มากมาย เป็นการเปิดโลกของเราที่คุ้มค่าจริงๆ ได้เห็นสังคม วัฒนธรรม ความมีระเบียบของคนญี่ปุ่นแล้ว ต้องยอมรับจริงๆ ว่า ของเค้าเหนือกว่าเราอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นวินัย สังคม สภาพอากาศ หรือสภาพของตัวเมือง ทุกอย่างที่ญี่ปุ่นเป็นระเบียบมาก เอาจริงๆ แล้วถ้าจะให้เทียบกันตั้งแต่สนามบินแล้วละก็ ถ้าใครเคยไปสุวรรณภูมิมาแล้วจะรู้ว่า ของบ้านเรามันโกงกินกันขนาดไหน มีอย่างที่ไหนสนามบินใหม่เอี่ยมเปิดมาได้ไม่กี่วัน รถเข็นล้อสั่นอย่างกะจะพัง ไม่ใช่เป็นคันสองคนด้วยนะ เป็นอย่างงนี้เยอะมาก อายคนต่างชาติจริงๆ เฮ้อ.. เปลี่ยนเรื่องดีกว่า เรื่องแบบนี้เขียนมากๆ เด๋ว blog โดนแบน ฮ่าๆๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ เราไปตั้งแต่ คืนวันที่ 17 ตอน ห้าทุ่ม (เครื่องออก) กลับมาถึงไทย บ่ายสาม วันที่ 24 ได้เที่ยวที่ญี่ปุ่นจริงๆ คือ วันที่ 18, 19, 20, 21, 22 และ 23 รวมทั้งหมดก็ 6 วันเต็มๆ เราก็จะทยอยลงให้อ่านกันเรื่อยๆ ละกันนะ ตอนแรกก็ตั้งใจว่า จะเขียนวันละตอน ใช้เวลาซัก 5 - 6 วันก็คงได้อ่านกันครบ แต่พอดีว่าคุณบี เค้าติดต่อมาให้เราเขียนเล่าเรื่องทริปนี้ลงใน OL2 ด้วย ทำให้การอัพ blog ครั้งนี้ อาจจะต้องใช้ระยะเวลาซักนิดนึง กว่าจะได้อ่านกันจนจบ คงไม่ว่างกันเนอะ แล้วจะเริ่มตอนแรก เร็วๆ นี้จ้า ตอนนี้ติดปัญหาเรื่องกล้องแบ๊ตหมด แล้วยังไม่ได้ไปซื้อตัวแปลงไฟให้มาใช้กับบ้านเราได้น่ะ (กล้องนี้ซื้อที่ญี่ปุ่น ไฟบ้านเค้า กับบ้านเราไม่เหมือนกัน) อดทนรอกันนิสนึงนะ ^^" 
 
     อ้อ.. เรื่องของฝาก ใครที่ฝากของในดิสนีย์ ก็ได้ครบกันทุกคนนะ ส่วนคนที่ฝากซื้อของข้างนอก ต้องขอโทษด้วย ไม่ได้เดินช๊อปปิ้งเลย แหะ แหะ
14/10/2006

ระยะห่าง ระหว่างคน

 
     แหะ แหะ ว่าจะไม่อัพบล๊อคแล้ว ก็อดไม่ได้ เพราะดันไปเจอบทความดีๆ ที่อ่านแล้วรู้สึกว่า "โดน" เข้าให้ ก็เลยต้องเอามาลงไว้แบ่งให้พวกเราได้อ่านกันบ้าง ชอบมากๆ เลยบทความนี้ อาจจะยาวไปนิสนึง แต่ก็ลองอ่านกันดู รับรองว่าอ่านแล้ว จะรู้สึกว่า "โดน" เหมือนเราแน่ๆ
 
ระยะห่าง ระหว่างคน
 
วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น จากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน
 
เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จักคนคุ้นเคย หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่
 
บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย
จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน
ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้
และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น
 
แต่ในทางกลับกัน ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่คนเคยรู้จักกลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป
แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่
แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ
 
ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา
พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก
ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน
 
เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1
ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้
และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน
เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ
 
กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง
กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป
 
แต่กับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด
 
เคยรู้สึกใช่ไหมว่า
ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม
กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน
 
ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน เจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
ขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า
แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น
 
บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน
ไม่เคยรับรู้ว่า ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน
แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ …
 
การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน
บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต
ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม
 
ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา
ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหาริย์

เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า
 
ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี
ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง
เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดีๆ ไป
เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน
 
เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนีเสียอีก
 
แล้วคุณๆ เล่า
เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม
เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล
กับ ระยะห่างของความรู้สึกเป็นกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน
 
เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ
หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึก
ทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม

เคยคิดกันบ้างไหมว่า
ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม
คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน...??
 
 
     ถ้าถามเรา เราก็คงตอบว่า "คนที่พยายามเดินตาม และคนที่พยายามยังไง ระยะห่างกลับเท่าเดิม" น่าจะเจ็บปวดกว่า แต่ก็นะ ต่างคนต่างความรู้สึก คนที่พยายามเดินหนี ก็ต้องมีเหตุผลของเขา คนที่พยายามเดินตามก็มีเหตุผลของเขาเช่นกัน ต่างคนต่างความรู้สึก มันเอามาเทียบกันไม่ได้หรอกว่า เธอเจ็บแค่นี้ ชั้นเจ็บมากกว่า ต่างคนต่างใจ ต่างความเจ็บปวด
 
     ชีวิตยังอีกไกล วันนี้เจ็บ พรุ่งนี้สุข วันต่อไปจะเศร้า จะสุข มันก็เป็นเรื่องของอนาคต ไม่มีใครรู้ได้ก่อน ฉะนั้นจงยอมรับความจริงของวันนี้ และก้าวผ่านไปด้วยใจที่พร้อมจะเผชิญทุกปัญหา .... คุณไม่ได้อยู่บนโลกนี้คนเดียว   อย่างน้อยๆ คนที่ได้อ่านข้อความนี้ คุณก็ยังมีเพื่อนชื่อ เชน อยู่อีกคนนะ ^^